พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกที่กำลังนำมาใช้กันอย่างมากขึ้น

พลังงานเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วสามารถหมดไปได้ ดังนั้นในปัจจุบันพลังงานทดแทนจึงได้รับความสนใจจากนานาประเทศทั่วโลก

พลังงานกล หมายถึงอะไร มีกี่ประเภทบ้าง

พลังงานเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา อยู่ในธรรมชาติ หลายรูปแบบด้วยกัน พลังงานบางอย่างเราก็สามารถหยิบยืมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อผ่อนแรงการทำงานของตัวเองได้มากขึ้นตามไปด้วย พลังงานอย่างหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก และเป็นพระเอกของเราในวันนี้ก็คือ พลังงานกล เรารู้จักมันหรือไม่ ถ้าลืมจนจำไม่ได้ เรามารื้อฟื้นความหลังกันหน่อย พลังงานกลคืออะไร พลังงานกลเป็นพลังงานที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก มันคือพลังงานที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือระหว่างที่วัตถุเคลื่อนที่นั้นมันจะสะสมพลังงานในตัวเองไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนวดิ่ง หรือ แนวนอนก็ตาม พลังงานกลนั้นแบ่งออกเป็นสองชนิดก็คือ พลังงานจลน์ และ พลังงานศักย์ พลังงานจลน์ พลังงานจลน์ อธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ มันเป็นพลังงานของวัตถุในขณะเคลื่อนที่ ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่กำลังแล่นอยูบนถนน, กระสุนที่เดินทางออกจากปลายกระบอกปืน วิ่งไปในอากาศ หรือ แม้แต่พัดลมที่กำลังหมุนใบพัดอยู่ พลังงานจลนั้นจะสังเกตได้ว่าหากสิ่งของที่ยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่นั้นเคลื่อนที่อยู่ แล้วมีสิ่งใดมาขวางทางมัน จะทำให้เกิดแรงกระแทกที่จะทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือ ทั้งสองอย่างเสียหายได้เลย แรงที่เกิดขึ้นนั่นแหละคือพลังงานจลน์ที่มันสะสมเอาไว้ (ยิ่งเร็ว ยิ่งเคลื่อนที่นานก็ยิ่งสะสมพลังงานมาก เมื่อกระแทกก็เสียหายมาก) พลังงานศักย์ สำหรับพลังงานศักย์ ก็จะเป็นการสะสมพลังงานของวัตถุรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มนั่นคือ พลังงานศักย์โน้มถ่วง พลังงานแบบนี้อธิบายให้เข้าใจได้ง่ายดังนี้ เมื่อวัตถุอยู่ที่สูงมันจะสะสมพลังงานเอาไว้ด้วย เมื่อปล่อยลงมามันก็จะมีแรงเพิ่มขึ้น บวกกับแรงโน้มถ่วงของโลกเข้าไปอีก เมื่อถึงพื้นจะเกิดแรงกระแทกขึ้นมา ให้นึกถึงภาพของน้ำตกที่อยู่บนยอด พอไหลลงมาก็จะเกิดแรงตามมาด้วย เวลาเราไปยืนใต้น้ำตกเรารู้สึกเจ็บใช่ไหม นั่นแหละแรงจากพลังงานศักย์โน้มถ่วง ส่วนอีกแบบหนึ่งก็คือพลังงานศักย์ยืดหยุ่น ขออธิบายแบบวิทยาศาสตร์ก่อน กล่าวคือเมื่อเรายืดสิ่งของออกไป เมื่อปล่อยมันจะหดกลับเข้ามาพร้อมกับเกิดแรงด้วย เอาให้เข้าใจง่ายๆ พลังงานศักย์ยืดหยุ่น มันก็คือ เจ้าลูฟี่ตัวละครยางยืดที่ยิ่งยืดหมัดของมันออกไปมากเท่าไร พอหดกลับมามันก็จะแรงขึ้นเท่านั้น หรือ จะเป็นการทำงานของสปริง เป็นต้น พลังงานกลที่เกิดขึ้นทั้งสองรูปแบบนั้น มนุษย์เราฉลาดและนำมามันใช้เพื่อลดทอนการทำงานของตัวเองมานานแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การแล่นเรือใบไปตามลม นอกจากแรงลมแล้วนี่คือการใช้พลังงานจลน์เพื่อให้เรือไหลไปข้างหน้า เป็นต้น

พลังงานความร้อนใต้พิภพคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรกัน

พลังงานทางเลือกในบ้านเรานั้นถือว่ามีความหลากหลายมากพอสมควรไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฟฟ้าจากขยะเป็นต้น อีกหนึ่งทางเลือกที่เรายังหยิบขึ้นมาใช้ได้ไม่เท่าไร และมีแผนจะนำมาใช้ในอนาคตก็คือ พลังงานความร้อนใต้พิภพ แหล่งพลังงานขนาดใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่ใต้ดิน เรารอหยิบขึ้นมาใช้งาน พลังงานความร้อนใต้พิภพอยู่ที่ไหน เรื่องนี้เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า พลังงานนี้มาจากไหน พลังงานความร้อนใต้พิภพเกิดจากความร้อนที่เก็บไว้ใต้ผิวโลก จากนั้นมันก็จะไหลมารวมกันกลายแหล่งพลังงานขนาดใหญ่รวมตัวกันอยู่ใต้พื้นพิภพ ซึ่งพลังงานกลุ่มนี้อาจจะแสดงออกมาในรูปแบบแตกต่างกันไปเมื่อการรวมตัวถึงจุดอิ่มตัวแล้วในระดับหนึ่ง อย่างเช่น น้ำพุร้อน , โคลนเดือด ,ไอน้ำร้อน หรือ แม็กม่าลาวาของภูเขาไฟระเบิดนั่นก็ใช่เหมือนกัน แหล่งความร้อนใต้พิภพในไทย ประเทศไทยเราเองก็มีการสำรวจแหล่งความร้อนใต้พิภพเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกด้วยเหมือนกัน ซึ่งแหล่งความร้อนนี้สามารถพบได้เกือบทุกภาคของไทย ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่มี ส่วนมากสุดจะเป็นภาคเหนือ อย่างเช่น อำเภอฝาก จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น การนำมาใช้ หลังจากมีการสำรวจและทดลองทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าเราสามารถขุดเจาะพลังงานใต้พิภพแล้วสามารถนำมันขึ้นมาแปรรูปใช้งานได้ ปัจจุบันมีวิธีการแปรรูปพลังงานดังกล่าวขึ้นมาใช้งานอยู่ 3 รูปแบบคือ หนึ่งโรงไฟฟ้าใช้ไอน้ำร้อนแห้ง วิธีการก็คือ การดึงไอร้อนของน้ำขึ้นมาจากนั้นก็นำส่งไอน้ำร้อนเข้าไปสู่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไอที่เหลือจะถูกควบแน่นกลายเป็นน้ำแล้วส่งผ่านอีกท่อหนึ่งคืนลงดินไป สองโรงไฟฟ้าไอน้ำร้อนแยกน้ำร้อน วิธีการจะคล้ายกับแบบแรก แต่ว่าจะดึงขึ้นมาในรูปแบบน้ำร้อนเลย จากนั้นแปรสภาพเป็นไอน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า จากนั้นก็เอาน้ำที่เหลือคืนลงดินไป วิธีที่สามโรงไฟฟ้าระบบสองวงจรวิธีนี้จะใช้น้ำร้อนขึ้นมาจากใต้ดิน จากนั้นให้มันไปผลักดันกับของเหลวพิเศษเพื่อให้ของเหลวดังกล่าวไปผลักดันกังหันเพื่อให้กระแสไฟฟ้า จากนั้นน้ำร้อนที่ผลักดันเสร็จแล้วจะถูกทำให้เย็น คืนลงสู่ดินเหมือนเดิม ประโยชน์ทางอ้อม ไม่เพียงแค่เรื่องไฟฟ้าอย่างเดียวเท่านั้น น้ำร้อนและพลังงานความร้อนใต้พิภพยังมีประโยชน์ทางอ้อมอื่นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (บ่อน้ำพุร้อน, ออนเซ็นญี่ปุ่น) หรือจะเป็นการเอามาทำเกี่ยวกับเกษตร แปรรูปผลไม้อบแห้งก็ได้ ยังไม่นับการสกัดแร่ธาตุออกมาจากน้ำพุร้อนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นอีก นับว่าเป็นพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจจริงๆ แม้ว่าจะลงทุนสูงแต่ผลที่ได้จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว

เทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

หนึ่งในหัวข้อสำคัญมากของคนยุคนี้ก็คือ เรื่องของพลังงาน ปัจจุบันเราเริ่มที่จะมองหาพลังงานทางเลือกกันมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน อย่างบ้านเราเอง พลังงานลม กับ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นทั้งในระดับครัวเรือน จนถึงระดับอุตสาหกรรม อีกหนึ่งแนวคิดที่น่าจะหยิบมาทำในไทยก็คือการเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าทำได้อย่างไร การเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า หลายคนอาจจะงงว่าทำได้ด้วยหรือ เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน จะบอกว่าโครงการแบบนี้มีในต่างประเทศนานแล้ว รวมถึงบ้านเราด้วย ซึ่งการแปรรูปดังกล่าว หากจะอธิบายให้ง่ายก็คือ การนำขยะที่ผ่านการคัดแยกมาทำการเผา จากนั้นก็นำไปผลิตกระแสไฟฟ้าอีกทอดหนึ่งจนกลายเป็นไฟฟ้าเอามาใช้เป็นพลังงานได้ แก้ปัญหาสองเรื่องใหญ่ แนวคิดการแปรรูปขยะให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้านี้ ต้องบอกว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้สองเรื่องใหญ่ 1. ปัญหาความมั่งคงทางด้านพลังงาน หากเรามีพลังงานทางเลือกเป็นตัวช่วยก็จะทำให้การใช้พลังงานหลักจากน้ำมัน ถ่านหิน ฟอสซิลไม่เยอะจนเกินไปสามารถใช้ได้อีกนาน ปัญหาขยะที่มองไปทางไหนก็ล้นเมืองไปหมด หากเราสามารถเอาขยะล้นเมืองเหล่านั้นมาเผาทำลายแล้วเกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า ก็จะทำให้ขยะที่ต้องเอาไปฝังกลบเหลือน้อยลง ตัวอย่างโครงการ โครงการจัดการขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้านั้น ในบ้านเรามีการศึกษาและทดลองทำกันแล้ว แห่งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจนต้องนำมาบอกกันก็คือ ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร ที่จังหวัดระยอง ศูนย์แห่งนี้จะสามารถจัดการกำจัดขยะได้มากถึงวันละ 1,000 ตันต่อวัน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการคัดแยกขยะอีกส่วนหนึ่งประมาณร้อยละ 35 ซึ่งเป็นขยะแบบอินทรีย์สาร จากนั้นก็จะนำขึ้นสู่องค์การบริหารท้องถิ่นเพื่อนำไปอินทรีย์สารเหล่านี้ไปปรับปรุงดินให้มีคุณภาพมากขึ้นของเกษตรกรต่อไป ส่วนกากที่เหลือจะนำไปฝังกลบไว้ตามหลักสุขาภิบาล โรงงานทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ ที่แก่งคอย สระบุรี เป็นโรงงานกำจัดขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่สุดของประเทศเราเลย สามารถจัดการขยะที่มาจากชุมชนในบริเวณนั้นหรือจังหวัดอื่นข้างเคียงได้มากถึง 4,000 ตันต่อวัน นอกจากนั้นยังมีการเอากากที่ได้ไปทำเป็นปุ๋ยสร้างรายได้อีกทอดหนึ่งด้วย แม้ว่าการสร้างโรงงานกำจัดขยะด้วยการแปรรูปเป็นไฟฟ้าจะเป็นแนวทางที่ดีมาก ในการแก้ปัญหาเรื่องขยะและพลังงาน แต่การทำโรงงานลักษณะนี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ในอนาคตน่าจะมีเทคโนโลยีที่ดีขึ้นที่จะคัดกรองสารพิษจะกระบวนการดังกล่าวออกไปได้มากขึ้นในต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งจะทำให้การทำโรงงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นได้ในหลายจังหวัด

Top