พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกที่กำลังนำมาใช้กันอย่างมากขึ้น

พลังงานเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วสามารถหมดไปได้ ดังนั้นในปัจจุบันพลังงานทดแทนจึงได้รับความสนใจจากนานาประเทศทั่วโลก

Written by: admin

สัดส่วนการใช้พลังงานในไทยเป็นอย่างไร

พลังงานในรูปแบบต่างๆ จัดเป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการที่จะทำให้ประเทศนั้นได้มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน เมื่อพูดถึงพลังงานในประเทศไทยนั้นก็มีอยู่มากมายหลายพลังงานเลยทีเดียวแต่สำหรับในบทความนี้เราจะมานำเสนอในเรื่องของสัดส่วนการใช้พลังงานในประเทศไทยว่าเป็นอย่างไรเพื่อทำให้คุณผู้อ่านเห็นภาพและเกิดความเข้าใจได้อย่างชัดเจนมากขึ้น พลังงานน้ำมัน อันดับ 1 ของโลก ถ้าพูดถึงพลังงานที่เป็นอันดับ 1 ของโลก ณ ตอนนี้ แน่นอนว่าจะต้องเป็นพลังงานน้ำมัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ประเทศไทยยังต้องซื้อมาจากต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นพลังงานที่มีราคาสูง ปัจจุบันในประเทศไทยของเรานั้นต้องต้องนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นถึง 80 % จากมูลค่าเดิม 300 ล้านบาท กลายเป็น 500 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2560 โดยคิดเป็นจำนวนกว่า 10 % ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาของประเทศไทย พลังงานที่มีความสำคัญที่สุด ก็คือ น้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งเป็นจำนวน 45 % ของพลังงานทั้งหมดรองลงมาก็คือก๊าซธรรมชาติ ซึ่งได้มาจากแหล่งผลิตในอ่าวไทย แต่ช่วงระยะหลังๆ นี้ ก๊าซธรรมชาติได้รับความนิยมมาก จึงทำให้มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตไม่ทันจึงต้องมีการนำเข้าจากพม่า ส่วนการใช้พลังงานถ่านหินนั้น มีสัดส่วน 10 % ของพลังงานทั้งหมด ในช่วงยุคแรกนั้นมีการใช้ถ่านหินลิกไนต์ที่มีอยู่มากในประเทศ แต่ต่อมาก็ได้มีการนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศ ซึ่งมีคุณภาพดีกว่ามาใช้มากขึ้นส่วนทางด้านพลังงานหมุนเวียนนั้นก็นำมีการใช้งานมากขึ้น ในรูปแบบของถ่านฟืนและแกลบซึ่งพบมากในครัวเรือนชนบทและอุตสาหกรรมบางประเภท อุตสาหกรรมและการขนส่ง กำลังหลัก จากการนำหลักการวิเคราะห์พลังงานในสาขาเศรษฐกิจในประเทศไทยจำนวน 70 % พบว่าพลังงานถูกนำไปใช้ใน 2 สาขาใหญ่นั่น ก็คือ อุตสาหกรรมและการขนส่ง โดยทั้ง 2 สาขานี้ มีการใช้พลังงานในสัดส่วนที่สูงมาโดยตลอด ในทุกๆ ปี แต่การใช้พลังงานในอุตสาหกรรมมีแนวโน้มสูงขึ้น

มาทำความรู้จักพลังงานและประโยชน์ของก๊าซธรรมชาติกันเถอะ

‘พลังงาน’ เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งพลังงานในโลกเหล่านี้ ก็จัดแบ่งออกเป็นมากมายหลายประเภท โดยพลังงานบางประเภทเมื่อใช้แล้วและก็มีแต่วันจะหมดไป อีกทั้งยังส่งผลลัพธ์ตกค้างที่ไม่พึงประสงค์ให้แก่โลกอีกด้วย ซึ่งผลลัพธ์อันเลวร้ายเหล่านั้นบางครั้งก็ยากที่จะกำจัด สำหรับพลังงานในโลกยุคใหม่นี้ จึงมีการคิดค้นพลังงานที่ใช้ได้อย่างไม่มีวันสูญก็สิ้น และที่สำคัญไม่ส่งผลเสียต่อโลก ซึ่งหนึ่งในพลังงานนั้นก็คือ ‘ก๊าซธรรมชาติ’ ก๊าซธรรมชาติ คืออะไร? คือ ก๊าซที่มีความหลากหลาย ซึ่งมีส่วนผสมของ ไฮโดรคาร์บอน โดยก๊าซชนิดนี้สามารถพบได้ในธรรมชาติ เช่น  มีเทน, อีเทน, โพรเพน , เพนเทน เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมสิ่งเจือปนอื่นๆ ที่ สามารถพบได้จากธรรมชาติเช่นเดียวกัน เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น สำหรับการเกิดขึ้นของก๊าซธรรมชาตินั้น ก็มาจากการทับถมกันของซากพืชและซากสัตว์ จำนวนมหาศาล โดยกระจุกตัวอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง อีกทั้งยังต้องผ่านการสะสมมาเป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งก่อให้เกิดเป็นก๊าซธรรมชาติประเภทนี้ขึ้นมา โดยประกอบด้วยสารประกอบต่างๆ เช่น มีเทน, อีเทน, โพรเพนเพนเทน, เฮปเซน เป็นต้น สำหรับก๊าซธรรมชาตินั้นมีมากมายหลากหลายประเภท โดยบางประเภทก็อาจจะ ได้มาจากแหล่งที่ประกอบด้วยก๊าซมีเทนล้วนๆ หรือบางครั้งก็อาจจะมีก๊าซไฮโดรคาร์บอนผสมผสานอยู่ด้วยบ้าง โดยการที่จะเกิดขึ้นมาเป็นก๊าซประเภทใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับต้นกำเนิดว่ามีสิ่งใดมาทับถมกันบ้าง หากแต่จากธรรมชาติที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ก็จะประกอบด้วยก๊าซมีเทน ปริมาณ 70% ขึ้นไป นอกจากนี้บางครั้งก็อาจจะยังมี ก๊าซไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นเข้ามาผสมอยู่ด้วย ‘ก๊าซธรรมชาติ’ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่… ก๊าซแห้ง – ประกอบด้วยก๊าซไฮโดรคาร์บอน ประเภทอื่นๆ ที่เข้ามาปะปนผสมผสานอยู่ในก๊าซธรรมชาติที่ประกอบด้วยมีเทนเกือบทั้งหมด ก๊าซชื้น – เช่น เพนเทน หรือเฮกเทน เป็นต้น ซึ่งปะปนอยู่ในจำนวนค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

การอนุรักษ์พลังงานทำยังไง มีข้อดีอย่างไร

                พลังงานเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเริ่มใช้พลังงานกันตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก และเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นเท่าไร พลังงานก็ถูกใช้ไปมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้ว่าตามทฤษฎีจะบอกเอาไว้ว่าพลังงานไม่มีวันสูญหายมีแต่เปลี่ยนรูปไปเป็นอย่างอื่น แต่เพียงแค่เปลี่ยนรูปไปเราก็ไม่อาจใช้ประโยชน์จากพลังงานนั้นได้อีก หรือหากจะใช้ก็ต้องเสียงบประมาณและทรัพยากรจำนวนมากในการเปลี่ยนรูปพลังงานให้กลับมาอยู่ในประเภทที่เราใช้งานได้ ดังนั้นเราจึงต้องเห็นคุณค่าของพลังงานที่มีอยู่พร้อมกับร่วมกันอนุรักษ์ให้พลังงานเหล่านั้นมีเหลือเฟือเพียงพอไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป แนวทางในการอนุรักษ์พลังงาน             หากจะให้นิยามของคำว่า “อนุรักษ์พลังงาน” แบบที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ก็คงจะเป็นการนำพลังงานมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วก็ใช้อย่างประหยัดด้วย ส่วนใดที่ลดทอนได้ก็ทำเสีย จะได้เอาส่วนที่ลดทอนนั้นไปทำประโยชน์ในด้านอื่นๆ ต่อไป ซึ่งรูปแบบของการอนุรักษ์พลังงานก็ทำได้หลายอย่าง เริ่มจากหน่วยย่อยๆ คือตัวเราเอง ให้หมั่นสังเกตว่าเราใช้พลังงานอะไรบ้างในแต่ละวัน นับตั้งแต่ตื่นนอนไปจนถึงเข้านอนอีกครั้ง มีตรงไหนบ้างที่เราจะลดการใช้พลังงานได้ เช่น ถ้าต้องขับรถไปทำงาน มีคนในบ้านที่จะไปทางเดียวกันหรือไม่ ภายในบ้านจำเป็นต้องเปิดแอร์ทำความเย็นตลอดเวลาหรือเปล่า เป็นต้น พอเริ่มการอนุรักษ์พลังงานที่ตัวเองแล้วก็ขยายไปสู่ครัวเรือนและสังคมต่อไป                 ต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างของแนวทางในการอนุรักษ์พลังงานที่ทุกครัวเรือนสามารถร่วมมือร่วมใจกันได้ง่ายๆ แล้วก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจด้วย เพียงแค่คนละไม้คนละมือเราก็จะช่วยดูแลโลกใบนี้ได้มากเลยทีเดียว – ปลูกต้นไม้ภายในรั้วบ้านและที่ดินของตัวเอง ต้นไม้เป็นแหล่งผลิตที่ยอดเยี่ยม ผลิตทั้งอาหาร อากาศที่บริสุทธิ์ ทั้งยังช่วยลดความร้อนได้อีกด้วย ถ้าทุกบ้านปลูกต้นไม้เหมือนกันหมด พื้นที่โดยรวมก็จะมีต้นไม้มากพอที่จะฟอกอากาศและลดภาวะโลกร้อนได้เอง – ดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพดี นี่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้ามไป อุปกรณ์ตัวไหนที่เริ่มเก่า เริ่มมีร่องรอยของความชำรุด เวลาใช้งานมันจะกินพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างมาก ก็ให้เราซ่อมแซมให้ดีเหมือนเดิมหรือไม่ก็ตัดใจเปลี่ยนชิ้นใหม่ดีกว่า – ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในบ้าน แน่นอนว่าต้องเริ่มที่ตัวเรา พอเราเปลี่ยนเดี๋ยวคนในบ้านก็จะเปลี่ยนตามโดยธรรมชาติ ให้ลดการกระทำที่ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน เช่น เปิดไฟทิ้งไว้ เปิดแอร์ทิ้งไว้ เป็นต้น – เลือกใช้พลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม พลังงานทดแทนนั้นมีทั้งแบบสิ้นเปลืองและหมุนเวียน หลายอย่างเราจัดการได้เองในครัวเรือน เช่น การใช้น้ำ ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนได้ เราเพียงแค่วางแผนการใช้น้ำให้ดีก็พอ ข้อดีของการอนุรักษ์พลังงาน                 พลังงานที่กำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ

พลังงาน คืออะไร มีกี่ประเภทได้แก่ อะไรบ้าง

เรามักจะได้ยินคนพูดถึงเรื่องพลังงานกันบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความเกี่ยวข้องของมนุษย์กับการใช้พลังงาน นวัตกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาต่อยอดในเรื่องพลังงาน ไปจนถึงรูปแบบและวิธีการในการอนุรักษ์พลังงานที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน แต่หลายคนก็ยังไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพลังงานคืออะไรกันแน่ มันคือไฟฟ้า น้ำมัน และแก๊สหุงต้มหรือเปล่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าอะไรจะเข้าข่ายเป็นพลังงานได้บ้าง วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจให้ชัดเจนมากขึ้นไปพร้อมๆ กัน นิยามของพลังงาน ถ้าอธิบายตามสมการในเชิงฟิสิกส์ เราจะพบว่าพลังงานก็คืออีกรูปแบบหนึ่งของงาน ซึ่งงานนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกระทำบางอย่างในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ พลังงานจึงเป็นสิ่งที่มีอยู่ไม่ว่าเราจะมองเห็นหรือไม่ แต่มันจะมีผลกระทบต่อบางสิ่งบางอย่างได้ เช่น พลังงานความร้อน ทำให้เกิดความร้อนได้ พลังงานกล ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ เป็นต้น เรานิยมวัดหน่วยพลังงานเป็นจูล เช่นเดียวกับการวัดหน่วยของงาน และในภาคคำนวณเราสามารถทดแทนกันระหว่างงานกับพลังงานได้ พูดให้เข้าใจได้ง่ายก็คือ สถานการณ์หนึ่งมีค่าของงานเท่าไร ก็สามารถตีความได้ว่ามีค่าของพลังงานเท่าเทียมกัน พลังงานในธรรมชาติมีอยู่หลายรูปแบบ และมันสามารถเปลี่ยนรูปแบบไปมาได้โดยไม่มีพลังงานส่วนใดที่สูญหายไป ตัวอย่างของการแปรรูปพลังงานก็คือ การเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานความร้อนหรือพลังงานไฟฟ้า การเปลี่ยนพลังงานน้ำเป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น การเปลี่ยนรูปพลังงานบางอย่างก็เกิดขึ้นได้เองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร แต่บางอย่างก็ต้องอาศัยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย ประเภทของพลังงาน             จริงๆ แล้วประเภทของพลังงานมีค่อนข้างเยอะ แล้วมันก็มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นได้อีกหากมีการค้นพบเพิ่มเติมในภายหลัง ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับประเภทของพลังงานที่สำคัญๆ เท่านั้น และเป็นประเภทพลังงานที่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ด้วย 1. พลังงานความร้อน อะไรก็ตามที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ก็ล้วนแล้วแต่มีพลังงานความร้อนรวมอยู่ด้วยทั้งหมด ตัวอย่างของแหล่งกำเนิดพลังงานความร้อนได้แก่ ดวงอาทิตย์ หลอดไฟ กองไฟ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีพลังงานความร้อนที่อยู่ในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงเชิงเคมีในร่างกายอีกด้วย นั่นก็คือระดับแคลอรีของระบบเผาผลาญนั่นเอง 2. พลังงานไฟฟ้า ส่วนใหญ่แล้วพลังงานไฟฟ้าเป็นประเภทที่ได้รับการแปรรูปมาแล้วจากพลังงานประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะมาจากพลังงานความร้อน พลังงานคลื่น พลังงานเคมี พลังงานเกือบทุกประเภทสามารถดัดแปลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้หมด ต่างกันเพียงแค่ว่าอะไรจะต้องใช้งบประมาณมากกว่ากัน และมันคุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่เท่านั้นเอง

พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลคืออะไร

พลังงานในโลกของเราแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่… พลังงานใช้แล้วหมดไป หรือพลังงานฟอสซิล เช่น น้ำมัน , ถ่านหิน , ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น สำหรับพลังงานประเภทนี้ใช้แล้วหมด และพลังงานพวกนี้ตามปกติแล้วจะอยู่ใต้ดิน พลังงานใช้ไม่หมด หรือ พลังงานหมุนเวียน เช่น ไม้ , น้ำ , แสงอาทิตย์ , คลื่น เป็นต้น สามารถหามาทดแทนได้ เช่น ปลูกต้นไม้พิเศษเพื่อนำไม้มาทำกระดาษ , พลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นต้น ที่มาของพลังงาน ‘เชื้อเพลิงฟอสซิล’ ‘เชื้อเพลิงฟอสซิล’ คือ เชื้อเพลิงประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลงที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่บรรพกาล เกิดจาก พืชเน่า , ซากสัตว์ ที่ตายลงหลังจากนั้น ก็จะเกิดการเน่าเปื่อยทับถมกันเป็นเวลายาวนานนับล้านปี โดยซากเน่าเหล่านี้มักทับถมใต้ท้องทะเล หรือพื้นดินที่อยู่ในชั้นลึก สำหรับเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ ถ่านหิน , น้ำมันดิบ รวมทั้งก๊าซจากธรรมชาติ พลังงานเคมีเหล่านี้จะถูกสะสมไว้เป็นเวลายาวนาน และต่อมาเมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมี ขึ้นมา แล้วเกิดการเผาไหม้ก็จะทำให้เกิดพลังงานความร้อนออกมา สำหรับเชื้อเพลิงฟอสซิส สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่… เชื้อเพลิงแข็ง มีสถานะเป็นของแข็ง ส่วนธาตุที่เป็นองค์ประกอบ มักจะประกอบด้วย คาร์บอน , ไฮโดรเจน , ออกซิเจน , เถ้า เป็นต้น ต่อมาเมื่อเชื้อเพลงชนิดนี้

พลังงาน ไอออไนเซชั่น คืออะไร เรามาหาคำตอบกัน

พลังงาน Ionization ภาษาอังกฤษเรียกว่า Ionization Energy ชื่อย่อคือ IE จัดเป็นค่าพลังงานชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ในการดึงให้อิเล็กตรอนวงนอกสุด หรือ Valence electron ให้หลุดออกจากอะตอม ซึ่งอยู่ในสถานะก๊าซ

พลังงานกล หมายถึงอะไร มีกี่ประเภทบ้าง

พลังงานเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา อยู่ในธรรมชาติ หลายรูปแบบด้วยกัน พลังงานบางอย่างเราก็สามารถหยิบยืมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อผ่อนแรงการทำงานของตัวเองได้มากขึ้นตามไปด้วย

พลังงานความร้อนใต้พิภพคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรกัน

พลังงานทางเลือกในบ้านเรานั้นถือว่ามีความหลากหลายมากพอสมควรไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานไฟฟ้าจากขยะเป็นต้น อีกหนึ่งทางเลือกที่เรายังหยิบขึ้น

เทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

หนึ่งในหัวข้อสำคัญมากของคนยุคนี้ก็คือ เรื่องของพลังงาน ปัจจุบันเราเริ่มที่จะมองหาพลังงานทางเลือกกันมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน อย่างบ้านเราเอง พลังงานลม

พลังงานนิวเคลียร์คืออะไรและใช้ในด้านไหนบ้าง ?

‘พลังงานนิวเคลียร์’ คือ พลังงานอีกรูปแบบหนึ่งที่มีอยู่บนโลกของเรา ซึ่งเป็นพลังงานในรูปแบบหนึ่ง ที่มาได้จากการคายความร้อน สามารถนำมาประโยชน์ในการสร้างความร้อนและผลิตไฟฟ้า การนำนิวเคลียร์มาใช้ จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตจาก โรงไฟฟ้าทั้งต้นแบบทั้งถ่านหิน ขนาด 1,200 เมกกะวัตต์ พบว่าต้นทุนการก่อสร้างของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สูงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน หากแต่ถ้ามองในเรื่องระยะยาวต้นทุนการใช้เชื้อเพลิงต่ำกว่ามากในช่วงของการผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่ำกว่า นอกจากนี้เมื่อนำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าชนิดอื่น ทำให้พบว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีข้อดีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามีราคาถูกกว่า และต้นทุนผลิตไฟฟ้ามีเสถียรภาพสูง อีกทั้งยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณมากกว่า เหตุผลรองรับทางด้านความปลอดภัย สำหรับในด้านของความปลอดภัย บรรดานักวิทยาศาสตร์ล้วนตระหนักถึงภัยอันตรายจากรังสีเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ ทางวิทยาศาสตร์ก็จำเป็นต้องหาทางป้องกันทุกทาง เพื่อไม่ให้เกิดอันอันตรายใดๆขึ้น ทำให้การออกแบบระบบปฏิกรณ์นิวเคลียร์สร้างความปลอดภัยไว้หลายขั้น ตลอดจนการออกแบบ ก่อสร้าง รวมทั้งการเดินเครื่องจะต้องดำเนินงาน ภายใต้โปรแกรมอันเข้มงวด ในส่วนของยูเรเนียมที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักจะประกอบด้วยยูเรเนียม 235 ที่เป็นพลังงานหลัก อยู่ในสัดส่วนอันต่ำมากเพียงแค่ร้อยละ 3 เท่านั้น เมื่อความร้อนในปฏิกรณ์นิวเคลียร์สูงขึ้น การแตกตัวของนิวเคลียสยูเรเนียมก็จะเกิดขึ้นในอัตราที่ลดน้อยลง ซึ่งส่งผลให้เกิดการควบคุมตัวเองไม่ให้เร่งปล่อยพลังงานออกมาจนกลายเป็นระเบิด ถ้าเกิดกรณีมีสารกัมมันตรังสีหลุดรอดออกมาจากยูเรเนียม ที่โดนอัดให้เป็นเม็ดได้บ้าง หากแต่มันก็จะถูกขังไว้ภายในแท่งเชื้อเพลิงที่ทำด้วยโลหะห่อหุ้มอยู่ นอกจากนี้ยังมีหม้อปฏิกรณ์ที่ทำด้วยเหล็กหนา 6 นิ้ว ห่อหุ้มอยู่อีกชั้นหนึ่ง เท่านั้นยังไม่พอยังมีอาคารครอบปฏิกรณ์ โดยเป็นอาคาร 2 ชั้น ซึ่งมีความแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงแผ่นดินไหว รวมทั้งป้องกันแรงกระแทกของขีปนาวุธได้ อาคารชั้นนอกสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กหนา 1 เมตร เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าโอกาสที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จะปล่อยรังสีออกไปสู่ภายนอก หรือเกิดการระเบิดเป็นเรื่องค่อนข้างยากมาก ทางด้านความปลอดภัย ก็มีข้อมูลยืนยันจาก ประเทศฟินแลนด์ ในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ค.ศ. 1992 พบว่าการใช้เชื้อเพลิงทุกแบบล้วนมีความเสี่ยงสูงด้วยกันทั้งสิ้น ทางด้านสิ่งแวดล้อม ในส่วนสิ่งแวดล้อม การใช้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ จะทำให้โลกของเราไม่เกิดภาวะเรือนกระจก

Top